วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บทที่ 8 เครือข่ายสังคมออนไลน์


บทที่ 8  เครือข่ายสังคมออนไลน์
(Social Network)




8.1 ความเป็นมาของเครือข่ายสังคมออนไลน์

การเกิดขึ้นและเติบโตของเครือข่ายสังคมออนไลน์นี้มาจากการพัฒนาทางเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตจากเว็บ 1.0 (เว็บเนื้อหา) มาสู่เว็บ 2.0 (เว็บเชิงสังคม) ซึ่งจุดเด่นของเว็บ 2.0 คือ การที่ผู้ใช้สามารถสร้างเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตได้เอง โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นทีมงานหรือผู้ดูแลเว็บไซต์ ซึ่งเรียกว่า User Generate Content ข้อดีของการที่ผู้ใช้เข้ามาสร้างเนื้อหาได้เอง ทำให้มีการผลิตเนื้อหาเข้ามาเป็นจำนวนมาก และมีความหลากหลายของมุมมองความคิด เพราะจากเดิมผู้ดูแลจะเป็นคนคิดและหาเนื้อหามาลงแต่เพียงกลุ่มเดียว




8.2 ความหมายของเครือข่ายสังคมออนไลน์

เครือข่ายสังคมออนไลน์ หมายถึง สังคมออนไลน์ที่มีการเชื่อมโยงกันเพื่อสร้างเครือข่ายในการตอบสนองความต้องการทางสังคมที่มุ่งเน้นในการสร้างและสะท้อนให้เห็นถึงเครือข่าย หรือความสัมพันธ์ทางสังคม ในกลุ่มคนที่มีความสนใจหรือมีกิจกรรมร่วมกัน บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์จะให้บริการผ่านหน้าเว็บ และให้มีการตอบโต้กันระหว่างผู้ใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต


8.3 ประเภทของเครือข่ายสังคมออนไลน์

1.ประเภทแหล่งข้อมูลหรือความรู้
2.ประเภทเกมส์ออนไลน์
3.ประเภทสร้างเครือข่ายสังคม สร้างและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน
4.ประเภทฝากภาพ สามารถฝากภาพออนไลน์ แชร์ภาพหรือซื้อขายกันอย่างง่ายดาย
5.ประเภทสื่อ ฝาก โพสท์ หรือแบ่งปันภาพ
6.ประเภทซื้อ-ขาย



8.4 เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์

       3. www.myspace.com



8.5 เครือข่ายสังคมออนไลน์ผลกระทบทางสังคมในปัจจุบัน

-ผลกระทบเชิงบวก
เป็นสื่อในการนำเสนอผลงานของตัวเอง
ใช้ในการแบ่งปันข้อมูล รูปภาพ ความรู้ให้กับผู้อื่น
เป็นเวทีแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ
เป็นเครือข่ายกระชับมิตร สร้างความสัมพันธ์ที่ดีจากเพื่อนสู่เพื่อนได้
ช่วยในการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ
ช่วยในการพัฒนาชุมชน
เป็นสื่อในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือบริการลูกค้า

-ผลกระทบเชิงลบ
เป็นช่องทางที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ขโมยผลงาน หรือถูกแอบอ้างได้ง่าย
หากผู้ใช้หมกหมุ่นกับการเข้าร่วมเครือข่ายสังคมออนไลน์มากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ
เป็นช่องทางที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์กระแสสังคมในเรื่องเชิงลบ และอาจทำให้เกิดกรณีพิพาทบานปลาย
ภัยคุกคามจากเครือข่ายสังคมออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ เช่น การเผยแพร่ภาพและข้อความอันมีลักษณะดูหมิ่นและไม่เหมาะสมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

บทที่ 7 เว็บแอพพลิเคชั่น


บทที่ 7 เว็บแอพพลิเคชั่น




7.1 การสืบค้น ค้นคว้าหาข้อมูล (Search engine)

Search Engine เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่รวบรวมรายชื่อเว็บไซต์ต่างๆ เอาไว้ โดยจัดแยกเป็นหมวดหมู่ ผู้ใช้งานเพียงแต่ทราบหัวข้อที่ต้องการค้นหาแล้วป้อน คำหรือข้อความของหัวข้อนั้นๆ ลงไปในช่องที่กำหนด คลิกปุ่มค้นหา เท่านั้น ข้อมูลอย่างย่อๆ และรายชื่อเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องจะปรากฏให้เราเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ทันที
ประเภทของ Search Engine ได้แก่
1.      Keyword Index เป็นการค้นหาข้อมูล โดยการค้นจากข้อความในเว็บเพจที่ได้ผ่านการสำรวจมาแล้ว จะอ่านข้อความ ข้อมูล ประมาณ 200-300 ตัวอักษรแรกของเว็บเพจ

2. Subject Directories การจำแนกหมวดหมู่ข้อมูล จัดแบ่งโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ของแต่ละเว็บเพจ ว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร โดยการจัดแบ่งแบบนี้จะใช้คนพิจารณาเว็บเพจ แต่ละเว็บ แล้วทำการจัดหมวดหมู่


3.     Metasearch Engines  การค้นหาข้อมูลจากหลายแหล่งข้อมูล  เป็นการค้นหาข้อมูลจากหลาย ๆ  Search Engine ในเวลาเดียวกัน  เพราะเว็บไซต์ที่เป็นMeta search จะไม่มีฐานข้อมูลของตนเอง  แต่จะค้นหาเว็บเพจที่ต้องการ  โดยวิธีการดึงจากฐานข้อมูลของ Search Site  จากหลายแหล่งมาใช้แล้วจะแสดงผลให้เลือกตามความต้องการ  เช่น  www.thaifind.com

หลักการค้นหาข้อมูลของ Search Engine
·         การตรวจค้นหาข้อมูลในเว็บเพจต่างๆ
·         ทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลที่ได้ทำการตรวจค้นไว้ในฐานข้อมูล
·         การแสดงผลการค้นหาข้อมูล

เว็บไซต์ Search Engine ที่เป็นที่นิยม ได้แก่
-Google
-Yahoo!
-Bing



7.2 การสื่อสารรับ-ส่งข้อมูลผ่าน E-mail (E-mail)

E-mail หรือจดหมายอิเล๊กทรอนิกส์ เป็นการรับ-ส่งจดหมายซึ่งกันและกัน มีความสะดวกและรวดเร็วในการรับ-ส่ง ทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างกันและกันมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

-รูปแบบชื่อ E-mail address
1.      yourname คือ ชื่อของคุณ สามารถตั้งเป็นชื่ออะไรก็ได้ 
2.       เครื่องหมาย "@" สำหรับกั้นระหว่าง ชื่อ กับ ชื่อเวปไซท์ หรือ domain name 
3.        it-guides.com คือ ชื่อเวปไซท์ หรือ domain name

-ชนิดของการรับ-ส่ง E-mail
1.   รับส่งโดยใช้โปรแกรม Email โดยเฉพาะ เช่น Outlook Express, Eudora
2.    รับส่งโดยผ่าน Web site เช่น www.yahoo.com, www.hotmail.com
3.     รับส่งโดยผ่าน Web Browser เช่น Netscape, IE เป็นต้น

-ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ให้บริการรับส่ง E-mail อื่นๆ ได้แก่
1.             www.yahoo.com
2.             www.hotmail.com
3.             www.thaimail.com
4.             www.mweb.co.th
5.             www.gmail.com

7.3 การสร้างเว็บอย่างง่าย (Web creation)
            เว็บไซต์ถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการเป็นตัวแทนของคุณบนโลกออนไลน์เว็บไซต์ที่ดีจะเป็นหน้าเป็นตาให้กับบริษัทและองค์กร เปรียบเป็นประตูด่านแรกที่ลูกค้าจะเข้ามาและรับรู้ถึงความเป็นมืออาชีพของคุณ เราเชื่อว่าเว็บไซต์ที่ดีจะต้องสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น

บทที่ 6 การเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต


บทที่ 6 การเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
(Internet Network Connection)




6.1 ความหมายและประวัติของอินเทอร์เน็ต

ความหมายของอินเทอร์เน็ต ( Internet ) คือ เครือข่ายของคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าด้วยกัน โดยอาศัยเครือข่ายโทรคมนาคมเป็นตัวเชื่อมเครือข่าย ภายใต้มาตรฐานการเชื่อมโยงด้วยโปรโตคอลเดียวกันคือ TCP/IP (Transmission Control Protocol / Internet Protocol) เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในอินเทอร์เน็ตสามารถสื่อสารระหว่างกันได้ นับว่าเป็นเครือข่ายที่กว้างขวางที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากมีผู้นิยมใช้ โปรโตคอลอินเทอร์เน็ตจากทั่วโลกมากที่สุด
                 อินเทอร์เน็ตกำเนิดขึ้นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. 2512 โดยองค์กรทางทหาร ของสหรัฐอเมริกา ชื่อว่า ยู.เอส.ดีเฟนซ์ ดีพาร์ทเมนท์ ( U.S. Defence Department ) เป็นผู้คิดค้นระบบขึ้นมา มีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อให้มีระบบเครือข่ายที่ไม่มีวันตายแม้จะมีสงคราม ระบบการสื่อสารถูกทำลาย หรือตัดขาด แต่ระบบเครือข่ายแบบนี้ยังทำงานได้ซึ่งระบบดังกล่าวจะใช้วิธีการส่งข้อมูลในรูปของคลื่นไมโครเวฟ ฝ่ายวิจัยขององค์กรจึงได้จัดตั้งระบบเน็ตเวริ์กขึ้นมา เรียกว่า ARPAnet ย่อมาจากคำว่า Advance Research Project Agency net ซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมในหมู่ของหน่วยงานทหาร องค์กร รัฐบาล และสถาบันการศึกษาต่างๆ เป็นอย่างมาก
               ปี พ.ศ. 2523 คนทั่วไปเริ่มสนใจอินเทอร์เน็ตมากขึ้น มีการนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ในเชิงพาณิชย์ มีการท าธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต บริษัท ห้างร้านต่างๆ ก็เข้าร่วมเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมากขึ้น

6.2 คำศัพท์เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต

-WebPage หมายถึง ข้อมูลที่เป็นอักษร เสียง และภาพต่างๆ ที่บรรจุในแฟ้มเอกสารแต่ละหน้าของเวิลด์ไวด์เว็บ (WWW) ที่เปิดอ่านจากโปรแกรม Browser
-Web site หมายถึง จำนวนไฟล์หรือจำนวนหน้าทั้งหมดของเว็บไซต์นั้นๆ
-HomePage หมายถึง WebPage ที่อยู่หน้าแรกของ Web site ที่ใช้แฟ้มว่า index.html หรือ index.htm เสมอ
-Web Browser โปรแกรมใช้ในการเข้าไปยังเว็บไซด์ต่างๆ ในโลก World Wide Web ของอินเทอร์เน็ต เช่น Netscape Navigator, Internet Explorer
-ISP (Internet Service Provider)   คือผู้ให้บริการเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
-WWW ,World Wide Web, W3 หรือ "เว็บคือพื้นที่ที่เก็บข้อมูลข่าวสารที่เชื่อมต่อกันทางอินเทอร์เน็ต
-IP (Internet Protocol) เป็นโปรโตคอลที่ใช้สำหรับการสื่อสารแบบ TCP
-TCP/IP (Transport Control Protocol/Internet Protocol) เป็น Protocol ตามมาตรฐานอตุสาหกรรมในการติดต่อสื่อสาร ทำให้ระบบเครือข่ายสามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้
-Wifi เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมที่ช่วยให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย   เป็นต้น

6.3 การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

รูปแบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีอยู่ 2 แบบ คือ
1.การเชื่อมต่อแบบส่วนบุคคล
เป็นการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านคู่สายโทรศัพท์หนึ่งเลขหมายไปยังผู้ให้บริการ (คิดค่าบริการตามจำนวนชั่วโมงการใช้งาน)
2.การเชื่อมต่อแบบองค์กร
 เป็นการเชื่อมต่อที่มีความเร็วสูงกว่าแบบส่วนบุคคลและเป็นการเชื่อมต่อแบบถาวรตลอดเวลากับผู้ให้บริการ ด้วยสายเช่า (Lease line) และใช้อุปกรณ์พิเศษ เช่น โมเด็มแบบดิจิตอล (Digital Modem) อุปกรณ์ชี้เส้นทาง (Router) และแน่นอนว่าค่าใช้จ่ายจะสูงกว่า

วิธีการติดต่อเข้าระบบอินเทอร์เน็ตสามารถทำได้ 3 วิธี
การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สายผ่านเครื่องโทรศัพท์บ้านเคลื่อนที่ PCT เป็นการ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Note book) และคอมพิวเตอร์แบบพกพา (Pocket PC) ผู้ใช้จะต้องมี โมเด็ม ชนิด PCMCIA ของ PCT
WAP (Wireless Application Protocol) เป็นโปรโตคอลมาตรฐานของอุปกรณ์ ไร้สายที่ใช้งานบนอินเทอร์เน็ต ใช้ภาษา WML (Wireless Markup Language) ในการพัฒนาขึ้นมา แทนการใช้ภาษา HTML (Hypertext markup Language) ที่พบใน www โทรศัพท์มือถือปัจจุบัน
GPRS (General Packet Radio Service) เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ โทรศัพท์มือถือสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วสูง และสามารถส่งข้อมูลได้ในรูปแบบของมัลติมีเดีย
โทรศัพท์ระบบ CDMA (Code Division Multiple Access)
เทคโนโลยี บลูทูธ (Bluetooth Technology)

6.4 ประโยชน์และโทษของอินเทอร์เน็ต

1. ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต
-สามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นทั่วโลก
-สามารถค้นหาข้อมูลต่างๆได้เสมือนกับเราไปนั่งอยู่ที่ห้องสมุดขนาดใหญ่ได้ข้อมูลมากมายจากทั่วทุกมุมโลก
-เปรียบเสมือนเวที่ให้เข้าไปแสดงความคิดเห็นได้ภายในห้องสนทนา(chat  room) และกระดานข่าว(Web  room)  เป็นการเปิดโลกกว้างและวิสัยทัศน์ในเรื่องที่น่าสนใจ
-สามารถติดตามเคลื่อนไหวจากข่าวสารทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
-สามารถเปิดการค้าได้ด้วยตัวเอง  โดยไม่ต้องหาที่จัดตั้งร้านหรือพนักงานบริการ  แต่สามารถทำการค้าได้ด้วยตัวเองคนเดียว
-สามารถซื้อสินค้า  โดยไม่ต้องเดินทางไปยังร้านค้า  ซื้อผ่านทางเว็บไซต์ที่ให้บริการ  การชำระเงินก็สะดวก เช่น  ชำระผ่านบัตรเครดิต การหักเงินผ่านบัญชีธนาคาร
-สามารถรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(E-mail)  เป็นการส่งจดหมายที่ไม่ต้องเสียค่าบริการและรับส่งจดหมายได้ภายในและภายนอกประเทศ  นอกจากจดหมายที่เป็นข้อความแล้ว  ยังส่งบัตรอวยพรในเทศการต่างๆได้อีก

2. โทษของอินเทอร์เน็ต
-อินเทอร์เน็ตเป็นเครืข่ายขนาดใหญ่ที่มีผู้คนมากมายเข้ามาใช้บริการ  เป็นเวทีเปิดกว้างและให้อิสระกับทุกคนที่เข้ามาเขียนข้อมูล  หรือติดประกาศต่างๆโดยปราศจากการกลั่นกรองที่ดี  ทำให้ข้อมูลที่ได้รับไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นจริงหรือไม่
-เกิดปัญญาหาของการละเมิดลิขสิทธิ์  เช่น  การดาวน์โหลดเพลง  หรือรูปภาพมารวบรวมขาย  หรือเป็นปัญหาอย่างยิ่งคือ  การตัดต่อภาพบุคคลที่มีชื่อเสียงให้กลายเป็นภาพแบบอนาจารหรือเสียหายได้
-ก่อให้เกิดปัญหาด้านอาชญากรรม  เพราะการเล่นอินเทอร์เน็ต  เช่น  การล่อล่วงหญิงไปในทางที่ไม่ดี  การก่อคดีข่มขืน  เนื่องจากเว็บไซต์โป๊
-ก่อให้เกิดปัญหาการหมกหมุ่นของเยาวชนที่เข้าไปในเว็บไซต์  จนทำให้เกิดโรคติดต่อทางอินเทอร์เน็ต  ทำให้เกิดอันตรายต่อตนเองเเละสังคมได้



6.5 แนวทางการแก้ไขปัญหาและป้องกันการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างไม่เหมาะสม

1. ต้องเรียนรู้ที่จะร่วมเล่นอินเทอร์เน็ตด้วยกันกับบุตรหลานเพื่อศึกษาการใช้อินเทอร์เน็ตของพวกเขาว่าสนใจไปในทางใดและเรื่องใด(อย่ากลัวที่จะเรียนรู้เพราะไม่มีใครแก่เกินเรียน)
2. สอนให้บุตรหลานได้รู้จักศิลปะป้องกันตัวประการจากภัยร้ายบนอินเทอร์เน็ต
3. พูดคุยทาความเข้าใจกับบุตรหลานเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ตของเขาเช่นเวลาที่ใช้จานวนชั่วโมงที่ใช้ประเภทของเว็บไซต์และกิจกรรมทางอินเทอร์เน็ตที่เข้าร่วมได้
4. วางเครื่องคอมพิวเตอร์สาหรับการต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตไว้ในที่เปิดเผยทุกคนมีส่วนร่วมได้เช่นห้องนั่งเล่นห้องรับแขกอย่าวางในที่รโหฐานเช่นห้องนอนหรือห้องส่วนตัวของพวกเขา

บทที่ 5 การสื่อสารข้อมูลและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

บทที่ 5 การสื่อสารข้อมูลและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
(Data Communication and Computer Network)

5.1 บทบาทของการสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์

บทบาทของการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย คอมพิวเตอร์ การติดต่อสื่อสารข้อมูลสมัยใหม่นี้ มีรากฐานมาจากความพยายามในการเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ โดยอาศัยระบบสื่อสารที่มีอยู่แล้ว เช่น โทรศัพท์ ดังนันการสื่อสารข้อมูล ้จึงอยู่ในขอบเขตที่จากัด คือเฉพาะจุดที่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ด้วยโทรศัพท์ และเมื่อมีการใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น ความต้องการในการติดต่อระหว่างคอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่องในเวลาเดียวกันจึงมีมากขึ้นตาม ซึ่งการนาคอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่องมาติดต่อกัน จะเรียกว่า ระบบเครือข่าย (network system)
บทบาทที่สาคัญอีกบทบาทหนึ่งของการสื่อสารข้อมูลและระบบเครือข่าย คือ การให้บริการข้อมูลของรัฐเช่น ฐานข้อมูลเกียวกับสิ่งแวดล้อม ฐานข้อมูลงานวิจัย ่ฐานข้อมูลทางเศรษฐกิจ ฐานข้อมูลของสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค ในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ก็จะมีข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือและตาราวิชาการ เมื่อผูใช้ต้องการ ้ข้อมูลใดก็ติดต่อมายังศูนย์บริการข้อมูลนั้น โดยจะเป็นการติดต่อผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทาให้การได้รับข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว

 

ประโยชน์ของการสื่อสารข้อมูล
1)การจัดเก็บข้อมูลได้ง่ายและสื่อสารได้รวดเร็ว การจัดเก็บข้อมูลซึ่งอยู่ในรูปของสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ สามารถจัดเก็บไว้ในแผ่นบันทึกที่มีความหนาแน่นสูง แผ่นบันทึกแผ่นหนึ่งสามารถบันทึกข้อมูลได้มากกว่า ล้านตัวอักษร สำหรับการสื่อสารข้อมูลนั้น ถ้าข้อมูลผ่านสายโทรศัพท์ได้ด้วยอัตรา120 ตัวอักษรต่อวินาทีแล้ว จะส่งข้อมูล 200 หน้าได้ในเวลา 40 นาที โดยที่ไม่ต้องเสียเวลามานั่งป้อนข้อมูลเหล่านั้นซ้ำใหม่อีก
2)ความถูกต้องของข้อมูล โดยปกติเมื่อมีการส่งข้อมูลด้วยสัญญาณทางอิเล็กทรอนิกส์จากจุดหนึ่งไปยังจุดอื่นด้วยระบบดิจิตอล วิธีการรับส่งนั้นจะมีการตรวจสอบสภาพของข้อมูล หากข้อมูลผิดพลาดก็จะมีการรับรู้และพยายามหาวิธีการแก้ไขให้ข้อมูลที่ได้รับมีความถูกต้อง โดยอาจให้ทำการส่งใหม่ หรือกรณีที่ผิดพลาดไม่มากนัก ฝ่ายผู้รับอาจใช้โปรแกรมของตนแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องได้
3)ความเร็วของการทำงาน โดยปกติสัญญาณทางไฟฟ้าจะเดินทางด้วยความเร็วเท่าแสง ทำให้การใช้คอมพิวเตอร์ส่งข้อมูลจากซีกโลกหนึ่งไปยังอีกซีกโลกหนึ่ง หรือค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถทำได้รวดเร็ว ความรวดเร็วของระบบจะทำให้ผู้ใช้สะดวกสบายอย่างยิ่ง เช่น บริษัทสายการบินทุกแห่งสามารถทราบข้อมูลของทุกเที่ยวบินได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การจองที่นั่งของสายการบินสามารถทำได้ทันที
4)ต้นทุนประหยัด การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าหากันเป็นเครือข่าย เพื่อส่งหรือสำเนาข้อมูล ทำให้ราคาต้นทุนของการใช้ข้อมูลประหยัดขึ้น เมื่อเทียบกับการจัดส่งแบบวิธีอื่น เราสามารถส่งข้อมูลให้กันและกันผ่านทางสายโทรศัพท์ได้

5.2 การสื่อสารข้อมูล

คือ กระบวนการถ่ายโอนหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้รับและผู้ส่งโดยผ่านช่องทางสื่อสาร เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์เป็นตัวกลางในการส่งข้อมูล เพื่อให้ผู้ส่งและผู้รับ เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน
       องค์ประกอบหลักของระบบสื่อสารข้อมูลมีอยู่ 5 อย่าง ได้แก่ ผู้ส่ง ผู้รับ ข่าวสาร สื่อกลาง และโพรโทคอล



5.3 สื่อกลางในการสื่อสารข้อมูล

ตัวกลางหรือสายเชื่อมโยงเป็นส่วนที่มำให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆเข้าด้วยกัน และอุปกรณ์นี้ยอมให้ข่าวสารข้อมูลผ่านจากผู้ส่งไปสู่ผู้รับ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ สื่อสัญญาณทางสาย สื่อสัญญาณไร้สาย
-สื่อสัญญาณทางสาย

1) สายคู่บิดเกลียว

                            1.1)สายคู่บิดเกลียวชนิดหุ้มฉนวน       1.2)สายคู่บิดเกลียวชนิดไม่หุ้มฉนวน
2) สายโคแอกเชียล



                                       2.1)สายโคแอกเชียลแบบบาง           2.2) สายโคแอกเชียลแบบหนา

3) เส้นใยนำแสง


-สื่อสารประเภทไร้สาย
เป็นการรับส่งข้อมูลโดยผ่านอากาศซึ่งจะมีพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแพร่กระจายอยู่ทั่วไป  มีอยู่ 2 ชนิด คือ
1.แบบ Directial       2.แบบ Omnidirectional
สื่อสารประเภทไร้สาย ได้แก่ คลื่นวิทยุ อินฟราเรด บลูธูท Wireless ไมโครเวฟ ดาวเทียม 




5.4 เครือข่ายคอมพิวเตอร์

คือ การนำเครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องมาต่อเชื่อมโยงให้มีการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันโดยการโอนย้ายข้อมูลระหว่างกันและการเชื่อมต่อหรือการสื่อสารการโอนย้ายข้อมูล
   เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบ่งแยกตามสภาพการเชื่อมโยงได้ ชนิด คือ
 -  เครือข่ายแลน (Local Area Network : LAN) เช่น เครือข่ายในมหาวิทยาลัยหรือเครือข่ายภายในบรษัท



-เครือข่ายแมน (Metropolitan area netwoek: MAN)



-  เครือข่ายแวน (Wide Area Network : WAN)  เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่      
ประกอบด้วยเครือข่ายแบบ LAN และ MAN


5.5 โพรโทคอล

           โพรโทคอล เครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์เครือข่ายที่ใช้โพรโทคอลชนิดเดียวกันเท่านั้นจึงจะสามารถติดต่อและส่งข้อมูลระหว่างกันได้    โพรโทคอล มีลักษณะเช่นเดียวกับการสื่อสารของมนุษย์ที่ตองใช้ ภาษาเดียวกันจึงจะสามารถ   สือสารกันได้เข้าใจ โพรโทคอลที่ใช้เป็นมาตรฐานในการสื่อสารแบบใช้สายและไร้สาย   เช่น    ทีซีพี/ไอพี   ไวไฟ ไออาร์ ดีเอ บลูทูธ 


5.6 รูปร่างเครือข่าย
 การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์รับส่งข้อมูลที่ประกอบกันเป็นเครือข่ายที่มีการเชื่อมโยงถึงกันในรูปแบบต่างๆ ตามลักษณะทางกายภาพที่เรียกว่ารูปร่างเครือข่าย (network topology) โดยทั่วไปรูปร่างเครือข่ายสามารถแบ่งออกตามลักษณะของการเชื่อมต่อได้ 3 รูปแบบคือ
1.เครือข่ายแบบบัส BUS
       เป็นลักษณะของการนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อ เป็นระบบเครือข่าย ด้วยสายเคเบิลยาวต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ โดยมีคอนเน็คเตอร์ในการเชื่อมต่อ 
2.เครือข่ายแบบวงแหวน Ring
 เป็นการเชื่อมแต่ละสถานีเข้าด้วยกันแบบวงแหวน สัญญาณข้อมูลจะส่งอยู่ในวงแหวนไปในทิศทางเดียวกันจนถึงผู้รับ

3.เครือข่ายแบบดาว Star
เป็นการเชื่อมต่อสถานีในเครือข่าย โดยทุกสถานีจะต่อเข้ากับหน่วยสลับสายกลาง เช่น ฮับ (hub) หรือสวิตซ์ (switch) 

5.7 อุปกรณ์เครือข่าย
1. การ์ดเครือข่าย
ทำหน้าที่ในการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานเข้ากับระบบเครือข่ายได้
2.ฮับ
อุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกลุ่มของคอมพิวเตอร์ และมีหน้าที่รับ-ส่งเฟรมข้อมูลทุกเฟรมที่ได้รับจากพอร์ตไปยังพอร์ตที่เหลือ
3.สวิตซ์
คือ อุปกรณ์รวมสัญญาณที่มาจากอุปกรณ์รับส่งหลายสถานีเช่นเดียวกับฮับ
4.เกตเวย์
เป็นอุปกรณ์ที่มีความสามารถสูงในการเชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆเข้าด้วยกัน และใช้สื่อส่งข้อมูลต่างชนิดกันได้โดยไม่มีขีดจำกัด
5.บริดจ์
อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ใช้ในเครือข่ายเพื่อต่อเครือข่ายภายใน เข้าด้วยกันเพื่อให้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้
6.รีพีตเตอร์
เป็นอุปกรณ์ทวนสัญญาณเพื่อให้สามารถส่งข้อมูลถึงกันได้ระยะไกล
7.โมเด็ม
การแปลงสัญญาณดิจิตอล จากเครื่องคอมพิวเตอร์ ต้นทางให้กลายเป็นสัญญาณอะนาลอกแล้วส่งไปตามสายโทรศัพท์
8.เราเตอร์
คือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่หาเส้นทางและส่งแพ็กเกตข้อมูลระหว่างเ ครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ ไปยังเครื่อข่ายปลายทางที่ต้องการ

9.Access point
คือ อุปกรณ์จุดเข้าใช้งานเครือข่ายไร้สาย ทําหน้าที่รองรับการเชื่อมโยงจากเครื่องลูกข่าย
10. ADSL Modem Router
อุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย ADSL โดย Router จะมีฟีเจอร์สำหรับการแชร์อินเตอร์เน็ตกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เหมาะสำหรับนำไปใช้ในองค์กรที่มีเครือข่ายแลน (Lan) หรือร้านอินเตอร์เน็ต ส่วน ADSL Modem เหมาะสำหรับการใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงเครื่อง
10.Air Card
คือ อุปกรณ์โมเด็มอย่างหนึ่งที่ใช้เพื่อเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์(destop หรือ laptop) เข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายความเร็วสูงโดยผ่านโครงข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือ